เรื่องเล่าของพ่อ!! ชมภาพ พระราชอารมณ์ขัน ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ (ฉบับการ์ตูน) เป็นบุญตายิ่งนัก!!!

ไม่มีหมวดหมู่

เรื่องเล่าของพ่อ!! ชมภาพ พระราชอารมณ์ขัน ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ (ฉบับการ์ตูน) เป็นบุญตายิ่งนัก!!!

 

 

เครดิตภาพ:ศศิ วีระเศรษฐกุล

เป็นอย่างที่ทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร  ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงงานหนักพร้อมทั้งพัฒนาบ้านเมืองเพื่อพสกนิกรชาวไทย ทรงดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย และเป็นต้นแบบแห่งความพอเพียง นอกจากนี้ยังเป็นพระราชาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและความรักความเมตตาแด่ชาวไทยทุกคน วันนี้พี่ดาวได้รวบรวม พระราชอารมณ์ขัน ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ (ฉบับการ์ตูน) ภาพวาดจากเฟสบุ๊คเพจWhat the hell?ไปชมกันเลยค่ะ

อันนี้ชอบมากเป็นพิเศษ รูปภาพคุณโจโฉ (ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์)

“มาเเล้ว ถ้วยแก้ว ไฟแช็ก และบุหรี่

ดมดูหน่อย ถ้าเป็นเบียร์ ขอเลียที

โธ่เอ๋ย เวรกรรม น้ำประปา

ผิดหวังตั้งท่า อ้าปากค้าง

ก้มคาง ขมวดคิ้ว นิ่วหน้า

กลุ้มกลัด อัดตั้นอุรา

แว่นไม่มี อ่านไม่ออก นั่งกลอกตา

 

“ไม่มีบัตร”

พระองค์โปรดเสด็จพระดำเนินระยะไกลตามชายทะเลจากหน้าวัง

และเสด็จฯกลับมาในตอนเย็นๆ อยู่บ่อยๆ

เมื่อเสด็จฯกลับถึงปรากฏว่าทหารนั้นไม่ให้พระองค์เข้า

“ไม่ได้ครับ ไม่มีบัตรผ่าน เข้าไม่ได้” ทหารทูล

“ขอโทษที ฉันไม่มีบัตร แต่เอาเป็นว่า ตอนนี้เธอมีธนบัตรไหม” ทรงตอบ

ทหารว่า “มีครับ ทำไมหรือ”

ก็ตรัสว่า “นั่นแหละบัตรของฉัน”

___________________________________

ขอขอบคุณบทความจาก: หนังสือ “พระราชอารมณ์ขัน” เขียนโดย วิลาศ มณีวัต

 

 

“เราจับได้แล้ว..อยู่ในนี้”

ครั้งหนึ่งในงานนิทรรศการ “ก้าวไกลไทยทำ” วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2538

หลังจากที่เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ตามศาลาการแสดงต่างๆ ก็มาถึงศาลาโซนี่ (อิเล็กทรอนิกส์)

ภายในศาลาแต่งเป็น“พิภพใต้ทะเล”

โดยใช้เทคนิคใหม่ล่าสุด“Magic Vision”น้ำลึก 20,000 league

จะมีช่วงให้แลเห็นสัตว์ทะเลว่ายผ่านไปมา ปลาตัวเล็กๆ สีสวย

จะว่ายเข้ามาอยู่ตรงหน้า ข้อสำคัญเขาเขียนป้ายไว้ว่า

ถ้าใครจับปลาได้เขาจะให้เครื่องรับโทรทัศน์

พวกเราไขว่คว้าเท่าไหร่ก็จับไม่ได้ เพราะเป็นเพียงแสงเท่านั้น

แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า“เราจับได้แล้ว”

พร้อมทั้งทรงยกกล้องถ่ายรูปชูให้ผู้บรรยายดู แล้วรับสั่งต่อ“อยู่ในนี้”

ต่อจากนั้นคงไม่ต้องเล่า เพราะเมื่ออัดรูปออกมาก็จะเป็นภาพปลาและจับต้องได้

บริษัทโซนี่จึงต้องน้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องรับโทรทัศน์ตามที่ประกาศไว้…

_____________________________________________

ขอขอบคุณบทความจาก : ผู้จัดการรายวัน

 

 

“พวกเดียวกัน”

ในการเสด็จออกเยี่ยมราษฎรอำเภอไกลๆ ที่กันดารนั้น

บางครั้งกำนันก็อยากกราบบังคมทูลด้วยราชาศัพท์

แต่อันที่จริงนั้นไม่ต้องก็ได้ มิได้ทรงเห็นเป็นเรื่องสำคัญ

เพราะทรงถือว่าความจงรักภักดีและความเคารพในหัวใจนั้น

สำคัญยิ่งกว่าราชาศัพท์

แต่ถึงกระนั้นกำนันบางคนก็อยากจะกราบบังคมทูลให้ถูกต้องตามแบบแผน

อุตส่าห์ไปซ้อมเสียหลายวัน ท่องมาจนจำขึ้นใจ

แต่พอเสด็จฯมาถึงเข้าจริงๆ ท่านกำนันก็รายงานตัวไปว่า

“ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า…”

“เราพวกเดียวกันนะ”

ทรงรับสั่งด้วยความเมตตาอย่างพ่อพูดกับลูก

กำนันเห็นว่า ทรงพระกรุณาเช่นนั้น ก็เปลี่ยนใจมากราบบังคมทูลด้วยภาษาธรรมดา

___________________________________

ขอขอบคุณบทความจาก: หนังสือ “พระราชอารมณ์ขัน” เขียนโดย วิลาศ มณีวัต

 

 

“เรียกมาถ่ายใหม่”

เจ้านายซึ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เล่าให้ฟังว่า

ในรุ่นของเจ้านายที่รับปริญญาพร้อมกัน มีอยู่ 1 คน

ที่รับปริญญามาจากมือพระองค์แล้วทำหลุดมือ

เนื่องจากอาการประหม่าอย่างรุนแรง พระองค์ท่านจึงสั่งให้หยุดก่อน

แล้วบอกให้บัณฑิตคนนั้นถอยไปเริ่มใหม่ ทรงรับสั่งกับช่างภาพว่า

“ถ่ายใหม่ให้ดีๆ ด้วย เพราะในวันรับปริญญา ใครๆ ก็อยากถ่ายรูปกับในหลวง”

___________________________________

หนังสือ “เรื่องเล่าจากในวังและพระราชอารมณ์ขันของในหลวง”

เขียนโดย กลุ่มพิทักษ์รักราชันย์

 

 

“ไปไหมเสี่ย”

เมื่อสมัยก่อนเสด็จแปรพระราชฐานไปยังหัวหิน

มักจะเสด็จออกไปยังตลาดหัวหินบ่อยครั้ง และบางครั้งโดยลำพังพระองค์เดียว

มีครั้งหนึ่งระหว่างจะเสด็จกลับ ซาเล้งที่ตลาดทูลถามว่า “ไปไหมเสี่ย”

ปรากฏว่าเสี่ยพระองค์นี้สนพระทัยก็ตรัสจ้างไปยังวังไกลกังวล

โดยที่ซาเล้งคนนั้นไม่รู้ นึกว่าเป็นข้าราชการ

แต่พอถึงหน้าวัง ทหารสั่งวันทยาวุธ ซาเล้งถึงรู้ว่า เสี่ยที่มาส่งเป็นใคร

___________________________________

หนังสือ “พระราชอารมณ์ขัน” เขียนโดย วิลาศ มณีวัตร

 

 

”กี่กิโล”

เรื่องพระราชอารมณ์ขันนี้ ม.ล.ปิ่น มาลากุล เคยเล่าให้ฟังว่า

ที่มหาวิทยาลัยประสานมิตรปีหนึ่ง เมื่อพระราชทานปริญญาบัตรเสร็จแล้ว

มีพระราชดำรัสแก่ ม.ล.ปิ่นว่า

“วันนี้ฉันได้ให้ปริญญาบัตรไปกี่กิโล”

ม.ล.ปิ่นอึกอักจนด้วยเกล้าฯ เพราะมิได้ให้ปลัดกระทรวง

หรืออธิบดีชั่งน้ำหนักก่อนเพื่อกราบบังคมทูล

แต่ในปีต่อมา ในโอกาสเช่นเดียวกัน อธิการบดีของมหาวิทยาลัยได้เตรียมพร้อม

ชั่งน้ำหนักใบปริญญาบัตรจำนวนทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้วล่วงหน้า ม.ล.ปิ่นจึงกราบทูลเสียงดังว่า

“วันนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานปริญญาบัตรไปจำนวนทั้งหมด 230 กิโลกรัม”

ในทันทีนั้นก็มีพระราชดำรัสถาม ม.ล.ปิ่นว่า

“ฉันจะต้องได้อาหารสักกี่แคลอรี จึงจะพอชดเชยกับแรงงานที่ได้เสียไป”

___________________________________

หนังสือ “พระราชอารมณ์ขัน” เขียนโดย วิลาศ มณีวัต

 

 

“ทรงพระครรภ์”

ครั้งหนึ่ง พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรเกี่ยวกับพระฉวีมีพระอาการคัน

ได้มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษา

คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนัง แต่ไม่เชี่ยวชาญราชาศัพท์

ก็กราบบังคมทูลว่า “เอ้อ.. ทรง.. อ้า.. ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ”

พระเจ้าอยู่หัวทรงพระสรวล ตรัสว่า

“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่ จะท้องได้ยังไง”

แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่าหมอคงไม่รู้ราชาศัพท์ด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ

ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า

“เอ้า… พูดภาษาอังกฤษกันเถอะ”

เป็นอันว่าหมอก็ได้กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป

___________________________________

หนังสือ “พระราชอารมณ์ขัน” เขียนโดย วิลาศ มณีวัต

 

 

 

“คนในแบงก์”

……เมื่อคราวที่ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ประทับที่โรงพยาบาลศิริราช

ช่วงเช้าตรู่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พยาบาลที่ถวายงานอยู่จึงไปรับสาย

ก็มีเสียงปลายทางพูดมาว่า “ขอสายฟ้าหญิง”

พยาบาลที่รับสายจึงถามว่า “ขอประทานโทษค่ะ ใครจะเรียนสายด้วยคะ”

ปลายสายตอบกลับมา

“บอกเขาว่าคนในแบงก์โทรมา”

พยาบาลจึงถามกลับไปว่า “ธนาคารไหนคะ” และคิดในใจว่ายังเช้าอยู่อย่างนี้

โทรมาเรื่องอะไร แต่พอกลับมานั่งทบทวนว่าคนในแบงก์โทรมา

ถึงกับตื่นเต้นตกใจขนลุกขนพอง เพราะคนในแบงก์ก็คือ “ในหลวง” นั่นเอง

______________________________________________

หนังสือ “พระราชอารมณ์ขัน” เขียนโดย วิลาศ มณีวัต

 

 

พระหมด”

ครั้งหนึ่ง ขณะที่ในหลวงทรงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร

พระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว แต่มีราษฎรผู้หนึ่งยังไม่ได้รับ

จึงกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า

“ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์”

ในหลวงทรงตรัสว่า

“ขอเดชะ พระหมดแล้ว”

___________________________________

หนังสือ “พระราชอารมณ์ขัน” เขียนโดย วิลาศ มณีวัต

ขอบคุณที่มา What the hell?

ไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ไม่มีหมวดหมู่
The medial Track on Business Visiting Solutions

In the right way prepared businesses recognize the …

ไม่มีหมวดหมู่
The Appeal of Research Paper

The Appeal of Research Paper The Unusual Truth Con …

ไม่มีหมวดหมู่
That Which You Do Not Know Concerning What Is Just a Dissertation

That Which You Do Not Know Concerning What Is Just …