ทกซูรีถล่มเหนือ “พิจิตร-แพร่”จม ซัดที่เนินมะปราง-พิษณุโลก ต้นไม้โค่นทับจยย.หนุ่มดับคาที่

ไม่มีหมวดหมู่

ถล่มครบทุกภาค “พายุทกซูรี” เหนือ-อีสาน อ่วมสุด น้ำป่า ซัดที่เนินมะปราง-พิษณุโลก ต้นไม้โค่นทับจยย.หนุ่มดับคาที่ ส่วนส.ต.ต.สาหัส ชาวพิจิตรผวาน้ำยมล้นตลิ่งเป็นรอบที่ 3 เหลืออีกแค่ไม่ถึง 10 ซ.ม. ผู้ว่าฯแจ้งชาวบ้านเตรียมรับมือ ส่วนที่ภาคอีสาน กาฬสินธุ์น้ำท่วมหนักทางขึ้นเขาภูพาน ชาวบ้านกลัวดินโคลนถล่มซ้ำ ด้านชาวบ้านริมแม่น้ำเหืองกั้นพรมแดนไทย-ลาว ที่เลย อพยพข้าวของขึ้นที่สูงหลังระดับน้ำเริ่มวิกฤต กรมอุตุฯเตือนซ้ำทั่วไทยระวังฝนหนัก-ลมกระโชกแรง

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่องพายุดีเปรสชัน “ทกซูรี” ว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้พายุดีเปรสชัน “ทกซูรี” มีศูนย์กลางอยู่บริเวณ จ.น่าน คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อม ความกดอากาศต่ำและเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ส่งผลให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระ โชกแรง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และฝนที่ตกสะสมที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และลมกระโชกแรงไว้ด้วย โดยมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้ ภาคเหนือ บริเวณ จ.แม่ ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.เลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา

ภาคกลาง บริเวณ จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี กาญจนบุรี อ่างทอง ราชบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก บริเวณ จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ บริเวณ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 18 ก.ย.นี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

ส่วนสถานการณ์ที่ จ.แพร่ เกิดฝนตกติดต่อกันตลอดทั้งคืนจนช่วงเช้าส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นในชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมือง แพร่ รวมทั้งเส้นทางสายต่างๆ ของจังหวัดแพร่ที่ตัดผ่านภูเขา มีปริมาณน้ำท่วมขังในจุดทางโค้งเนื่องจากระบายไม่ทัน ส่งผลให้มีอุบัติเหตุรถบรรทุกพืชผลเกษตรพลิกคว่ำบนเส้นทางสาย 101 ต.แม่หลาย อ.เมืองแพร่ ขณะที่ ศูนย์ประสานงานน้ำ อบจ.แพร่ ได้แจ้งทุกฝ่ายเฝ้าระวังหากปริมาณน้ำฝนยังตกต่อเนื่อง เชื่อว่าน่าจะมีผลต่อระดับน้ำในแม่น้ำยมอย่างแน่นอน โดยมีพื้นที่น่าห่วงคือ อ.เด่นชัย อ.สูงเม่น และ อ.เมือง

ที่ จ.พิจิตร เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร หลังฝนตกนานกว่า 10 ชั่วโมง ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมสูงกว่า 30-40 ซ.ม. โดยเฉพาะถนนแยกจากถนนสระหลวงไปศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.พิจิตร ประจบสนามกีฬากลางจังหวัด สถานที่ราชการหลายแห่งถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร รถสัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เจ้าหน้าที่ ปภ. ทหาร มทบ.ที่ 36 และเทศบาลเมืองพิจิตร ต้องนำเรือท้องแบนออกช่วยอพยพ ประชาชนและขนย้ายสิ่งของที่ติดอยู่ในที่พักออกมาในที่ปลอดภัย ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ด้านนายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ผวจ.พิจิตร ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่สำนักงาน กศน.พิจิตร และสำนักงานเกษตรจังหวัด พร้อมกล่าวว่า พิจิตรได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “ทกซูรี” ขณะนี้ระดมเรือท้องแบนและเครื่องสูบน้ำมาช่วย สาเหตุเกิดจากเทศบาลระบายน้ำออกไม่ทัน เนื่องจากท่อระบายน้ำของเทศบาลค่อนข้างเล็ก จึงประสานไปยังชลประทานเพื่อขอให้นำเครื่องสูบน้ำมาช่วยสูบออก สิ่งที่เป็นห่วงคือลุ่มน้ำยมขณะนี้จะล้นตลิ่งเป็นรอบที่ 3 แล้วซึ่งเหลือเพียงไม่ถึง 10 ซ.ม. จึงอยากแจ้งเตือนไปยังประชาชนให้เตรียมรับมือน้ำยมที่จะล้นตลิ่งท่วมอีกระลอก

ขณะที่ จ.พิษณุโลก ปริมาณฝนที่ตกหนักมากวัดฝนสะสมได้ 114.4 ม.ม. สร้างผลกระทบ น้ำท่วมขังถนนหลายสายในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก สูง 30-40 ซ.ม. พนักงานเทศกิจเทศบาลเร่งระบายน้ำออกโดยคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เนื่องจากฝนยังตกหนัก ส่วนที่หมู่ 2 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง น้ำท่วมโรงเรียนบ้านน้ำปาด หลังฝนตกหนักในเขตบ้านรักไทย ต.ชมพู ซึ่งเป็นจุดต้นน้ำของคลองน้ำปาดที่อยู่บนภูเขา ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเป็นระดับน้ำที่ท่วมสูงที่สุดถึง 2 เมตร

นอกจากนั้นยังเกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อเกิดเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับจักรยานยนต์ฮอนด้า ซีบีอาร์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บนถนนบ้านแยง-นครไทย หมู่ 9 ต.หนองกระเท้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เมื่อเวลา 02.00 น. ทำให้นายวัชระวิทย์ สีแก้ว อายุ 23 ปี ส่วน ส.ต.ต.พงศกร ไชยวาลย์ อายุ 20 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งร.พ.สมเด็จพระยุพราชนครไทย

สำหรับในพื้นที่ภาคอีสานที่ จ.ชัยภูมิ เกิดฝนตกหนักและน้ำป่าจากเทือกเขาภูแลนคาไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรในหลายตำบล และถนนสายชัยภูมิ-ตาดโตน ช่วงหมู่บ้านนาฝาย อ.เมืองชัยภูมิ ช่วงกลางดึกรถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ชาวบ้านหมู่บ้านนาฝายกว่า 50 ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมบ้าน ด้าน จ.กาฬสินธุ์ มีพายุฝนตกลงมาอย่างหนักทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัด โดยเฉพาะที่ อ.ห้วยผึ้ง และ อ.สมเด็จ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดเทือกเขาภูพาน ปริมาณน้ำฝนส่งผลให้น้ำท่วมถนนสูงเกือบ 1 เมตร บางแห่งสูงกว่า 1.20 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ส่วนเขตเทศบาลตำบลสมเด็จมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ทำให้ชาวบ้านต่างพากันหวาด ผวาและเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ เพราะยังไม่ มีหน่วยงานใดเข้ามาอำนวยความสะดวก อีกทั้งเกรงว่าจะเกิดปัญหาดินโคลนถล่ม เนื่องจากพบร่องรอยการเคลื่อนตัวของดินภูพาน

ที่ จ.นครพนม พายุฝนตกหนักหลายพื้นที่นานข้ามวันกว่า 20 ชั่วโมงปริมาณฝนตกหนักสูงสุดมากถึง 158.3 มิลลิเมตร ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำหลายแห่งมีปริมาณน้ำเกินความจุและล้นสปิลเวย์โดยเฉพาะที่อ.นาแก อ่างเก็บน้ำห้วยยางที่รองรับน้ำจากเทือกเขาภูพานน้อยล้นสปิลเวย์ไหลเชี่ยวกรากลงสู่ลำแม่น้ำก่ำ เอ่อทะลักท่วมพื้นที่การเกษตรนาข้าวเสียหายแล้วกว่า 500 ไร่ รวมทั้งถนนสายนาแก-สกลนคร ช่วง ต.หนองบ่อ ระยะทางยาวกว่า 1 ก.ม. ระดับน้ำสูง 30 ซ.ม.

ส่วนที่ จ.เลย ยังมีฝนตกปกคลุมหลายอำเภอส่งผลให้น้ำป่าไหลลงลำห้วย ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่บ้านนาข่า หมู่ 5 ต.ปากหมัน อ.ด่านซ้าย และเอ่อท่วมบ้านเรือนที่อยู่ติดลำน้ำเหืองที่กั้นพรมแดนไทย-ลาว ระดับน้ำสูง 30 ซ.ม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายออก และนำกระสอบทรายมากั้นป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมซ้ำ ด้านที่ อ.ภูเรือ น้ำฝนที่อุทยานแห่งชาติภูเรือไหลลงพื้นที่ต่ำด้านล่าง ทำให้ท่วมบ้านเรือน พื้นที่การเกษตรของราษฎร แปลงปลูกดาวเรือง และแปลงไม้ดอก เสียหายประมาณ 5 ไร่ และที่บ้านป่าจันตม หมู่ 6 ต.หนองบัว อ.ภูเรือ น้ำท่วมระดับ 20-40 ซ.ม. ส่วนที่ อ.นาแห้ว น้ำไหลลงสู่หมู่บ้านที่อยู่ที่ลุ่มเอ่อท่วมวัดศรีโพธิ์ชัยบ้านแสงภา บ้านหัวนา และบ้านแสงภา ที่ตั้งอยู่ริมน้ำภา นอกจากนั้นชาวบ้านยังเคลื่อน ย้ายทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง เนื่องจากระดับน้ำในลำน้ำเหืองสูงขึ้นเรื่อยๆ ใกล้เข้าสู่ภาวะวิกฤต
cr.ข่าวสด

ไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ไม่มีหมวดหมู่

… มาอีกแล้ว กรุส์จะไม่ยอมเห็นรูปนี้ สุดยอดจร …